[Fic] Kuroko no basket : Let’s be the cat!? [KagaKuro]

posted on 31 Jan 2013 21:44 by ririn-rhyme in Fiction directory Fiction


*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Kuroko's Rainbow Birthday ค่ะ*




Title :
猫になろう!? (Let’s be the cat!?)
Pairing : Kagami x Kuroko
Rate : NC-17
Gerne : Romance , Comedy
Fandom : Kuroko no basket

-------------------------------------------------------------------------------------

 

     วันนี้เป็นวันที่ 31 มกราคม อากาศแจ่มใส

 

     ใช่แล้ว..มันก็เป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่งที่จะวนเวียนมาทุกๆหนึ่งปี ไม่มีอะไรผิดแผก..ไม่มีอะไรแตกต่าง.. หากจะให้บอกความพิเศษก็คงมีแค่วันนี้เป็นวันเกิดของคู่หูร่วมทีมบาสเก็ตบอลคนสำคัญของเขามันก็เท่านั้นเอง แต่เรื่องนั้นก็คงไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งมหัศจรรย์พันลึกที่กำลังเป็นบททดสอบอันยิ่งใหญ่ในชีวิตลูกผู้ชายนามคากามิ ไทกะ อยู่ในขณะนี้..


     ร่างบอบบางของเด็กหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟา เรือนผมสีฟ้าอ่อนรับกับใบหน้าหวานค่อนไปทางน่ารักที่ยังคงดูดีแม้ยามไร้รอยยิ้ม แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องสงบสติอารมณ์ไม่ใช่นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยที่จ้องมองมาแต่อย่างใด มันคือใบหูรูปสามเหลี่ยมสีเดียวกับเรือนผม และหางยาวๆที่ส่ายไหวไปมาซึ่งดูอย่างไรก็ไม่ใช่ของเล่นนั่นต่างหากเล่า!

     ยิ่งยามที่อีกฝ่ายมองเขาด้วยท่าทางแบบนั้น.. คากามิ ไทกะสามารถสรุปภาพตรงหน้าได้เพียงคำเดียว..

 

     น่ารัก....

 

 

 

     “เกิดอะไรขึ้นกับนายกันน่ะ คุโรโกะ..”

     ร่างสูงกระแอมเบาๆเพื่อเปิดบทสนทนาขึ้นก่อน หลังจากจัดการสงบจิตสงบใจและพาตัวเองมานั่งลงบนโซฟาเดียวกันนั้นได้เป็นที่เรียบร้อย นัยน์ตาสีแดงเหลือบมองอีกฝ่ายเพียงเล็กน้อย ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่กล้าสบตาคนตรงหน้าในยามนี้ตรงๆเสียอย่างนั้น

     “ไม่รู้เหมือนกันครับ รู้ตัวอีกทีก็เป็นแบบนี้ไปแล้วล่ะ..” เด็กหนุ่มเอื้อมมือขึ้นแตะปลายหูสามเหลี่ยมสีฟ้าบนเรือนผมตนเอง พยายามเงยขึ้นมองก็ดูจะไม่เป็นผล แต่ท่าทางนั้นกลับทำให้ฝ่ายคนมองต้องข่มตาสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างด้วยความยากเย็น

     นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับทั้งตัวเขาทั้งคุโรโกะกัน!


     นึกย้อนไปถึงหลังเลิกเรียนวันนี้ ในฐานะที่เขากับคุโรโกะก็เป็นเพื่อนร่วมทีมกันมานาน เขาก็เลยตั้งใจว่าอย่างน้อยก็ควรจะหาอะไรสักอย่างเป็นของขวัญวันเกิดให้อีกฝ่าย สุดท้ายก็ตัดสินใจทำเค้กเอาไว้แล้วชวนคุโรโกะมาที่บ้าน แต่ระหว่างที่เขากลับไปเอาของที่ลืมแปบเดียว เหตุการณ์ทั้งหมดก็กลายเป็นอย่างที่เห็นไปเสียแล้ว

 

     คากามิกำมือแน่นจนรู้สึกถึงหยาดเหงื่อที่ซึมชื้นบนฝ่ามือ แม้บางทีเขาจะรู้สึกแปลกๆกับคุโรโกะอยู่บ้าง แต่ก็คิดมาตลอดว่าอีกฝ่ายเป็นแค่เพื่อน หากแต่ยามนี้ความรู้สึกที่ไม่เข้าใจกลับแล่นริ้วไปทั่วร่างอย่างไม่มีเหตุผลเลยสักนิด

 

     “เป็นอะไรไปเหรอครับ คากามิคุง?” เสียงเรียกกับน้ำหนักที่กดทับลงบนต้นขาทำให้คนฟุ้งซ่านกลับตื่นขึ้นจากภวังค์ ยามที่สบเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างคู่สวยที่จ้องมองมาในระยะประชิดก็ทำเอาเกือบหลุดร้องไม่เป็นภาษาออกมา

     “น..นายจะเข้ามาใกล้ขนาดนี้ทำไมเนี่ย! ตกใจหมด..” ร่างสูงพูดตะกุกตะกักเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแทบจะปีนขึ้นมาบนตักเขา..แบบนี้มันดูจะใกล้เกินไปหน่อยแล้วล่ะมั้ง..

     “ก็เรียกแล้วคากามิคุงไม่ยอมตอบเองนี่ครับ” นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นยังคงอ่านยากเช่นเคย เจ้าตัวทำเพียงเอียงคอมองนิดๆ แต่ก็ไม่มีทีท่าจะขยับออกห่างแต่อย่างใด

 

     เมื่อถูกสถานการณ์บังคับให้ไม่สามารถหันหน้าหนีไปทางอื่นได้ คากามิก็จำเป็นต้องกลับมารับรู้กับความเป็นจริง สายตาที่ไม่รู้จะวางที่ไหนกวาดมองสำรวจคนตรงหน้าทั้งตัว เขาไม่เคยปฏิเสธว่าตัวเขารู้สึกมาตลอดว่าคุโรโกะน่ารักเสียยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหน แต่ในใจเขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายเหมือนกับตัวเอง จึงจำกัดสถานะในใจไว้เพียงแค่เพื่อนมาตลอด

     หากแต่แวบแรกที่เห็นคุโรโกะในสภาพนี้.. ความรู้สึกที่เพียรสะกดกลั้นมานานกลับแวบขึ้นมาในหัวอย่างไม่น่าให้อภัย..


     ว่าถ้าทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นแมวของเขาได้จริงๆเสียก็คงดี


     โดยไม่รู้ตัวมือใหญ่เริ่มลากไล้ไปบนพวงแก้มของร่างที่เกยอยู่บนตักเบาๆคล้ายยามหยอกเอินสัตว์เลี้ยง แรกเริ่มอีกฝ่ายก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร แต่ยามที่มือข้างนั้นสัมผัสใบหูบนศีรษะ ร่างบางก็สะดุ้งเล็กน้อยแล้วขยับร่างออกห่างเสียอย่างนั้น

     พฤติกรรมประหลาดเช่นนั้นทำให้คากามิรู้สึกแปลกใจขึ้นมา หากแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัย “จริงสิ ฉันไปยกเค้กออกมาเลยดีกว่ามั้ง” ร่างสูงตัดสินใจยันกายขึ้นแล้วเดินเข้าไปหยิบจากเค้กในครัวโดยไม่รอคำตอบรับ

     “ก็ไม่ค่อยมั่นใจเรื่องรสชาติเท่าไหร่หรอกนะ ฉันไม่ถนัดทำของประเภทนี้ซะด้วย” เค้กครีมวานิลาสีขาวที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายถูกยื่นมาตรงหน้า เจ้าของเรือนผมสีแดงเกาแก้มนิดๆด้วยความประดักประเดิด ถ้าเรื่องอาหารเขาก็มั่นใจในฝีมือตัวเองอยู่หรอกนะ..แต่กับของหวานนี่มันก็ถือเป็นคนละเรื่อง

     “ยังไงก็..สุขสันต์วันเกิดนะคุโรโกะ”

     คำพูดตรงไปตรงมาที่ไม่มีโอกาสได้ยินบ่อยนักกับใบหน้าที่ขึ้นสีน้อยๆของผู้พูดทำเอาคนฟังถึงกับแอบอมยิ้มที่มุมปาก “ขอบคุณนะครับ” มือเรียวเอื้อมไปรับเค้กที่ถูกตัดแบ่งไว้ในจานมาถือไว้ แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลองลิ้มรสชาติแต่อย่างใด

     “หืม นายไม่กินเรอะ?” ร่างสูงมองคนที่กำลังทำหน้าราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ด้วยความประหลาดใจ ไม่รู้เขารู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าการกระทำหลายอย่างของอีกฝ่ายวันนี้มันช่างเข้าใจยาก

     “คากามิคุง...กินก่อนสิครับ” ข้อเสนอที่ได้รับกลับมาก็ยิ่งน่าฉงนนัก..

     “เป็นอะไรไปล่ะ ฉันไม่ได้วางยาพิษนายหรอกน่า” คากามิทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างอีกฝ่ายบนโซฟาดังเดิมพลางหยิบส้อมบนจานตัดเค้กเข้าปากไปหนึ่งคำ จากนั้นก็ถือวิสาสะตัดอีกหนึ่งคำยื่นให้คนตรงหน้าเสียเลย “เอ้า!”

     นัยน์ตากลมโตกระพริบปริบๆจ้องชิ้นเค้กขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ถูกยื่นมาตรงหน้าเพียงชั่วครู่ ก่อนจะทำในสิ่งที่พลันทำเอาคนไม่ทันตั้งตัวถึงกับสะดุ้งโหยง เมื่อมือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นกอบกุมมือใหญ่ไว้แน่น บรรจงละเลียดลิ้นรสเค้กที่ถูกยื่นมาทั้งอย่างนั้น

     นี่พระเจ้ากำลังเล่นตลกกับเขาใช่มั้ย!!


     คากามิรู้สึกได้ว่าหน้าของตัวเองกำลังร้อนผ่าว ความรู้สึกหลายอย่างสับสนปนเปกันจนไม่รู้ว่าควรตอบสนองอย่างไรจึงได้แต่นิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม จนกระทั่งแมวเหมียวเลียครีมคำสุดท้ายที่ติดอยู่บนปลายส้อมจนหมด มือใหญ่จึงรีบดึงคืนมาให้หลุดจากพันธนาการทันที

     “อ่า..เอ่อ ก็..ไม่เลวใช่ไหมล่ะ” เมื่อนึกตำพูดไม่ออกจึงตัดสินใจหันหน้าอีกทางแล้วก้มหน้าก้มตายัดเค้กที่เหลือในจากเข้าปากตัวเองทันที ไม่กล้าแม้แต่จะย้อนนึกถึงความคิดอกุศลแวบหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย

     ไม่อยากเชื่อเลยว่าเมื่อกี้..เขาดันเผลอคิดไปว่า อยากจะ....


     ร่างสูงแทบอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะไปซะเดี๋ยวนั้น เขาไม่ปฏิเสธหรอกว่าการคิดเรื่องแบบนี้สำหรับเด็กหนุ่มสุขภาพแข็งแรงทั่วไปมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ที่มันไม่ปกติก็เพราะว่าเขาดันเผลอคิดกับคนเป็นเพื่อนแถมยังเป็นเพศเดียวกันต่างหากเล่า!


     ตั้งสติหน่อยสิไทกะ..คุโรโกะน่ะเป็นเพื่อน..แค่เพื่อนคนสำคัญเท่านั้นแหละ!
     …..แน่ใจเหรอว่าความจริงแล้วตัวเราหวังแค่นั้นน่ะ?


     “โอยยย!” ตะโกนออกมาอย่างไร้เหตุผลพลางสะบัดหัวแรงๆไล่ความคิดออกไป นี่เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ!

     ในระหว่างที่คนสับสนกำลังทะเลาะกับความคิดในสมองตัวเองอยู่นั้น สถานการณ์ก็ไม่ยอมให้เวลาเขาหยุดคิดหาทางออกง่ายๆ เมื่อบุคคลต้นเหตุกลับขยับกายเข้ามาใกล้อย่างไร้เหตุผลอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับแตกต่างจากเดิม..เมื่อระยะห่างระหว่างสองร่างนั้นหดสั้นลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ

     “อ..อะไรของนายอีกล่ะ?” นัยน์ตาสีแดงเพลิงฉายแววหวั่นไหวยามสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าอ่านยากคู่นั้นอย่างไม่มีทางเลือก ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นสีฟ้าที่สวยเหลือเกิน

     ไม่มีคำตอบรับจากอีกฝ่าย หากแต่เขารูสึกได้ถึงน้ำหนักที่ยิ่งกดทับลงมาบนร่างกายและพื้นผิวสัมผัสที่มากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหวานที่แสนคุ้นเคยโน้มเข้ามาใกล้..ใกล้..เสียจนหัวใจคนมองแทบหยุดเต้น

 

     ความรู้สึกราวกับขนนกแตะผ่านริมฝีปากเพียงวูบเดียวก่อนจะจางหายไป..

 

     “...!!” นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้างกับการกระทำที่ไม่คาดฝัน แม้จะเพียงครู่เดียวแต่ก็สัมผัสได้ เมื่อกี้มัน..จะ..จะ...

     “อยู่ๆทำอะไรของนายเนี่ย คุโรโกะ!” ใบหน้าคมถึงกับขึ้นสีจนก่ำสุก ความจริงแล้วกับแค่จูบ สมัยอยู่อเมริกาก็ถือเป็นการทักทายตามธรรมดาทั่วไป แต่ไม่รู้ทำไมพอเป็นกับคนตรงหน้า หัวใจบ้าถึงทำราวกับจะหลุดออกมาจากอกเสียได้

     “ก็แค่เห็นว่ามันเปื้อนอยู่เท่านั้นเองครับ”

     “หา!?”

     คำตอบที่ได้รับกลับมาทำเอาคนฟังถึงกับอึ้งไปในบัดดล ยิ่งเมื่อร่างที่ทาบทับอยู่บนตัวเอื้อมมือมาเช็ดครีมเค้กสีขาวที่มุมปากของเขาเบาๆ ก่อนจะเอียงคอมองมาด้วยสายตาราวกับจะถามว่า ‘คิดอะไรของคุณอยู่น่ะครับ’

     “นี่นาย..กำลังล้อเล่นกับฉันอยู่ใช่มั้ยห๊ะ!” เสียงทุ้มต่ำคำรามออกมาเบาๆ จากอารมณ์โรแมนซ์(?)แทบจะเปลี่ยนเป็นไฟโทสะ รู้สึกได้ถึงเส้นความอดทนบางๆที่ขาดผึงลง

     “เปล่าสักหน่อยนี่ครับ” ยิ่งเห็นท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวนั่นก็ยิ่งทำเอาอีกฝ่ายแทบจะแยกเขี้ยว..

     “งั้นฉันจะสอนนายเอง ว่าจูบจริงๆมันต้องทำกันยังไง”

     ยังไม่ทันที่คนตรงหน้าจะได้ตั้งตัว มือใหญ่ฉุดรั้งร่างบางเข้าในอ้อมกอดแล้วประกบริมฝีปากเข้ากับกลับปากบางทันที นัยน์ตาสีฟ้าที่มักจะนิ่งเฉยอยู่เสมอพลันเบิกกว้าง ด้วยความตกใจจึงเผลอเผยอริมฝีปาก ส่งผลให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้าสู่ภายใน ตักตวงความหอมหวานได้ตามใจนึก

     “ค..คากามิคุง?” รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็เอนลงบนโซฟานุ่มเสียแล้ว เมื่อจู่ๆเปลี่ยนจากผู้กระทำมาเป็นฝ่ายถูกกระทำไม่ทันตั้งตัวก็ทำเอาดวงตากลมโตฉายแววตื่นกลัวออกมาอย่างปิดไม่มิด แต่นั่นกลับทำให้คนที่ทาบทับอยู่ด้านบนนึกสนุกขึ้นมาเสียยิ่งกว่าเดิม

     มือร้อนปาดป้ายไปทั่วร่างส่งผลให้อารมณ์ที่ไม่รู้จักแล่นริ้วขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่ ริมฝีปากคมขบเม้มสร้างรอยสีกุหลาบไว้บนลำคอ แรกเริ่มร่างเล็กไม่ได้ตอบสนองแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน หากแต่พอลูบไล้ไปบนใบหูสีเดียวกับเรือนผม เด็กหนุ่มก็แสดงอาการแปลกๆออกมาอีกครา

     “ป..ปล่อยผมเถอะครับ คากามิคุง” คุโรโกะส่งเสียงประท้วงออกมาทันที ร่างบางพยายามดิ้นหนีออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย พฤติกรรมเช่นนั้นยิ่งสร้างความฉงนให้คนตรงหน้า โดยเฉพาะเมื่อนัยน์ตาสีฟ้านั่นทำราวกับจงใจปิดบังอะไรบางอย่าง

     “นายกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่กันแน่?” นัยน์ตาคมหรี่ลงเล็กน้อยพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น


     คนที่เป็นฝ่ายวนเวียนเข้ามาใกล้..แต่ยามเอื้อมมือไปไขว่คว้ากลับยิ่งถอยห่าง
     อย่างไรเสีย การกระทำเช่นนี้มันก็แปลกประหลาดนัก


     “ไม่มีอะไรครับ” เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยให้หนี เด็กหนุ่มก็เบือนหน้าไปทางอื่นเสียแทน แม้ปากจะตอบเช่นนั้น แต่การแสดงออกกลับดูขัดกันอย่างบอกไม่ถูก

     “ถ้านายไม่ยอมบอก ฉันก็ไม่หยุดหรอกนะ”

     “!?” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อร่างเบื้องบนใช้ริมฝีปากงับเบาๆที่ใบหูรูปสามเหลี่ยมบนศีรษะ มือแกร่งไล้ไปตามเรือนผมและขนสั้นๆที่ปกคลุมบนใบหู ให้ความรู้สึกเช่นเดียวกับเวลาลูบขนแมวที่หนานุ่มดุจกำมะหยี่ ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งอยากจะหยุดมือ แม้รับรู้ได้ว่าร่างที่กำลังสั่นน้อยๆในอ้อมกอดกำลังออกแรงขัดขืนสักเพียงใด

     “ผมบอกว่าให้ปล่อยไงครับ อย่าทำแบบนั้น..คากามิคุง อะ..อื้อ...” เสียงดรางแว่วหวานทำให้ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อย “คุโรโกะ?” เมื่อก้มลงมองคนในอ้อมกอดซึ่งกำลังเอามือตะครุบปิดปากตนเองอยู่นั้น ก็พบว่าใบหน้าขาวๆในยามนี้แดงซ่านไปหมด

     “...บางที มันอาจจะ..เป็นผลข้างเคียงของร่างกายแบบนี้..ล่ะมั้งครับ..” ร่างบางซุกใบหน้าเข้ากับแผ่นอกของคนตรงหน้าเพื่อปิดซ่อนความเขินอาย แม้ไม่ต้องมองก็รับรู้ได้ว่าบัดนี้มันคงจะแดงไปหมดแล้วแน่ๆ

     “ผม..รู้สึกดีเวลาเป็นฝ่ายสัมผัสตัวคากามิคุง แต่พอถูกคากามิคุงสัมผัสแล้วมัน...” ค่อยๆลดเสียงลงจนกลายเป็นเพียงเสียงกระซิบ ท่อนสุดท้ายของประโยคคงมีเพียงคนสองคนที่รับรู้..

     “เพราะแบบนั้น ผมเลยกลัวว่าจะอดทนไม่ไหว..น่ะครับ”

     ความจริงที่เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบากับสีหน้าน่ารักที่เจ้าตัวเพียรจะผิดซ่อน กลับยิ่งทำให้ไฟแห่งอารมณ์ของใครบางคนพัดโหมขึ้น ร่างสูงขยับโน้มเข้าไปใกล้หวังจะมองให้ชัดกว่านี้ แต่กลับกลายเป็นว่าระยะห่างระหว่างสองร่างก็ยิ่งหดสั้นลงจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่เข้ามาคลอเคลียกัน

     “นายก็ทำให้ฉันอดทนไม่ไหวเหมือนกันนั่นล่ะ เจ้าบ้า”

     ริมฝีปากประกบทาบทับ ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดแลกเปลี่ยนความหอมหวานครั้งแล้วครั้งเล่า จากจุมพิตแผ่วเบาแปรเปลี่ยนเป็นร้อยระอุตามแรงอารมณ์ มือใหญ่ปลดเปลื้องอาภรณ์ของคนตรงหน้าช้าๆ เผยให้เห็นผิวขาวไร้รอยตำหนิจากการถูกผู้ใดแตะต้อง

     จูบร้อนไล่จากซอกคอลงมาตามแผ่นอก ตีตราทุกพื้นที่ในร่างกายอีกฝ่ายด้วยร่องรอยสีกุหลาบ ยิ่งได้สัมผัสก็ยิ่งถลำลึก..อยากจะกลืนกิน..อยากจะกลายเป็นดั่งแคทนิบที่ทำให้แมวเหมียวหลงใหลมัวเมาจนมิอาจถอนตัว


     ให้อีกฝ่ายกลายเป็นแมวของเขาแต่เพียงผู้เดียว


     “อ..อ๊ะ..” เสียงแหบพร่าร้องครางอย่างแผ่วเบาเมื่อรับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่รุกรานเข้ามาในร่างกาย แค่อีกฝ่ายขยับปลายนิ้วเพียงเล็กน้อยก็เรียกให้อารมณ์พุ่งขึ้นสูงจนต้องกัดริมฝีปากเพื่อสะกดกลั้นเสียงน่าอายเอาไว้ภายใน

     “..ไหวหรือเปล่า คุโรโกะ” มือใหญ่อีกข้างปัดปอยผมสีฟ้าที่เปียกชื้นด้วยหยาดเหงื่อออกแล้วลูบแก้มเนียนเพื่อปลอบโยนอย่างเบามือ ร่างกายของเด็กหนุ่มนั้นช่างบอบบางเสียจนน่ากลัวว่าหากเผลอทำอะไรรุนแรงลงไปแล้วจะแหลกสลายก็มิปาน

     “..ไม่..เป็นไร..หร